แนวข้อสอบก.พ ภาค ก


ข้อสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการ  ชุดที่ 1    
วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป เวลา  2.30 ชั่วโมง  คะแนนเต็ม  100  คะแนน

1.  25   33   43   61  89...........
ก.  102     ข. 125     ค.  135    ง.  140
2. 41   121  259  241  65...........
    ก. 0    ข. 1      ค.  2        ง.  -1

3. 65   245  259  129.............
    ก. 79   ข.  53          ค.  41       ง. 39

4.  39   416  525  636.......
     ก. 749     ข.747      ค.  684      ง.  648

5.  25  21  17  23  19  15  18........
     ก.  17     ข.  16     ค.  15     ง.  14

6. ผู้ว่าราชการจังหวัด: 7-> ?:?
     ก. นายอำเภอ : 6  ข. เจ้าพนักงานปกครอง  : 3        ค. เจ้าหน้าที่ทะเบียน :5     ง. ปลักจังหวัด : 3

7. หอเอนเมืองปิซ่า : สโตนเฮ้นท์  -> ?:?
   ก.กำแพงเมืองจีน : ปิรามิค       ข. ทัชมาฮาล:กำแพงเมืองจีน
   ค. ทัชมาฮาล:หอไอเฟล       &n bsp;  ง. ปิรามิค:แกร์แคยอน

8. กีฬา : พระ ->กติกา :?
    ก.วัด          ข. ศีล         ค. ข้อกำหนด        &nbs p; ง. ธรรม

9. รุ้งกินน้ำ : เขียว ->ธงชาติไทย :?
   ก. ขาว        ข.แดง&nbs p;        ค.น้ำเงิน        &nb sp;      ง.เหลือง

10. แสง:เสียง  -> ?:?
     ก. จักรยาน:จักรยานยนต์      ข. เครื่องบิน:รถยนต์      ค. เดินเท้า: วิ่ง       ง. วิ่ง:i5wa

11. แดงขี่จักรยานจากบ้านไปโรงเรียน  ซึ่งห่างกัน  15 ไมล์  ด้วยความเร็วเฉลี่ย 15 ไมล์  ต่อชั่วโมงแต่ในขา  กลับแดงเดินกลับบ้านด้วยความเร็วเฉลี่ย 5 ไมล์ต่อชั่วโมง  จงหาความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางของแดงทั้งไปและกลับ
      ก. 7.5 ไมล์/ชม.      ข.10 ไมล์/ชม.        &nbs p;  ค. 12.5 ไมล์/ชม.        &nbs p; ง. 3 ไมล์/ชม.

12. หาก 3*9=3
             4*8=8
     ดังนั้น 5*5=?
      ก. 1    ข. 5           ; ค. 25        ง.50

13.ซื้อไข่ไก่มา ราคา 10 ฟอง 19 บาท  ขายไปในราคา 6 ฟอง ได้กำไรร้อยละ เท่าใด
     ก.28.7      ข. 31.6       ค. 41.2      ง.ไม่มีคำตอบที่ถูก

14. วงกลมวงหนึ่งมีเส้นรอบวงยาว  88 นิ้ว  และสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปหนึ่ง  มีด้านกว้าง = 4 นิ้ว มีด้านยาว = 120 นิ้ว  จงหาว่าวงกลมจะมีพื้นที่มากกว่าสี่เหลี่ยมผืนผ้าร้อยละเท่าใด
      ก.56.67        ข. 61.23         & nbsp; ค.65.14     ง.ไม่มีคำตอบที่ถูก

15. นักเรียนชั้น ม. 5 ห้องหนึ่ง มีนักเรียน 22 คน ที่เรียนวิชาชีววิทยา  มี 30 คนที่เรียนวิชาเคมี  และมี 9 คน ที่เรียนทั้งสองวิชา  อยากทราบว่านักเรียนห้องดังกล่าวมีกี่คน  หาก
      นักเรียนในห้องดังกล่าวไม่มีนักเรียนคนใดเลยที่ไม่เรียนวิชาชีว วิทยา  หรือวิชาเคมี
       ก. 40 คน         ข. 42 คน         &nbs p; ค. 43 คน         &nbs p; ง. ไม่มีคำตอบที่ถูก

คำสั่ง ข้อ 16-20 คำถามแต่ละคำถามจะใช้ข้อมูลประกอบ  2 ชุดคือข้อมูลที่ 1)และข้อมูลชุดที่ 2)ผู้ตอบข้อสอบไม่จำเป็นต้องหาคำตอบของคำถามดังกล่าวแต่ให้พิจา รณาว่าข้อมูลใดมีประโยชน์  ต่อการตอบคำถามให้ตอบดังนี้
ก.ถ้าข้อมูลที่ 1) แต่พียงลำพังเพียงพอต่อการตอบคำถาม  แต่ข้อมูล2) เพียงลำพังไม่เพียงพอ
   ต่อการตอบคำถาม
ข. ถ้าข้อมูลชุดที่2)แต่เพียงลำพังเพียงพอต่อการตอบคำถาม  แต่ข้อมูล 1)เพียงลำพังไม่
    เพียงพอ  ต่อการตอบคำถาม
ค. ถ้าต้องใช้ข้อมูลที่ 1)และ2)ร่วมกันจึงจะพียงพอต่อการตอบคำถาม  ไม่สามารถใช้ข้อมูล
     หนึ่งเพียงลำพังได้
ง. ถ้าข้อมูลที่ 1)หรือ 2)แต่เพียงลำพังก็เพียงพอต่อการตอบคำถาม
จ.ถ้าใช้ข้อมูลที่ 1)และ2)ร่วมกันแล้วยังไม่เพียงพอต่อการตอบคำถามจำเป็นต้องใช้ข้ อมูล
    เพิ่มเติม
16. ถ้าความสูงโดยเฉลี่ยของคน 3 คน คือ 68 นิ้ว คนที่เตี้ยที่สุด  จะสูงมากกว่า 60 นิ้ว
      หรือไม่
                  1) คนที่สูงที่สุด สูง 72 นิ้ว                                         2) มีคนหนึ่งสูง 70 นิ้ว
17. ในปี พ.ศ.2538 บริษัทได้กำไร 6,000,000 บาท ในปี พ.ศ. 2539 บริษัทได้กำไรเท่าใด
                  1) ในปี พ.ศ.2539 บริษัทมีรายรับเพิ่มขึ้น 20%
                  2) ในปี พ.ศ.2539 บริษัทมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 25%
18.ถ้ามี  a+b+c  = 50 จงหาค่า a
                  1) c = 4a - b                                                                      2) ค่าเฉลี่ยของ และ เท่ากับ 2a
19. จงหาค่า (x+y)(x-2)=?
                  1) y+2=10                                                                            2) x+ y=5
20. นักศึกษาจำนวน  120 คน ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศส  หรือภาษอังกฤษ  หรือทั้ง 2 วิชาจะมีนักศึกษากี่คนที่ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
                  1) มีนักศึกษา 10 คน ที่ลงทะเบียนเรียนทั้งวิชาภาษาอังกฤษและวิชาฝรั่งเศส
                  2) มีนักศึกษา 50 คน ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาฝรั่งเศส
คำสั่ง  ข้อ 21-30 การตอบให้ตอบดังนี้
                  ก. ถ้าข้อสรุปทั้งสองถูกหรือเป็นจริงตามเงื่อนไข
                  ข. ถ้าข้อสรุปทั้งสองผิดหรือไม่เป็นจริงตามเงื่อนไข
                  ค. ถ้าข้อสรุปทั้งสองไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าถูกหรือผิดตามเงื่อ นไข
                  ง. ถ้าข้อสรุปทั้งสองมีข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่ง  ที่เป็นจริงหรือไม่จริงหรือไม่แน่ชัดซึ่งไม่ซ้ำ
                        กับอีกข้อสรุปหนึ่ง

เงื่อนไข  2a>b/4(k-2r)= (s-r)
                  s> 0 = t(p/2+m)
                  ทุกค่าเป็นจำนวนเต็ม  และมีค่ามากกว่าศูนย์
21.          (1) s P / 2
                  (2) A < 0
22.          (1) 5 > s
                  (2) 3k T
23.          (1) R B
                  (2) B = M
24.          (1) K = R
                  (2) 2A/3P/2
25.          (1) (A – 3T ) S
                  (2) (4B + M) < 8
เงื่อนไข       &nbs p;          (A+45)<(C+50)=(B+60) D E
                  ( F + G) = B < ( H + 36) = ( C + 15) K/5
                  ทุกค่าเป็นจำนวนเต็มและมีค่ามากกว่าศูนย์
26.          (1) C < B
                  (2) A > (B + 15)
27.          (1) (B+50) > (D-11)
                  (2) ( F+G+30) < (B+50)
28.          (1) H > G
                  (2) K > 6G
29.          (1) ( C - 15) = (B-5)
                  (2) B > E
30.          (1) ( A+100) > (D+200)
                  (2) (K+40) > (B+100)
คำสั่ง ข้อ 31-40 ในคำถามแต่ละข้อจะมีข้อสรุป 1) และข้อสรุป 2) ให้พิจารณาข้อสรุปดังกล่าวโดยอาศัยเงื่อนไขตามโจทย์กำหนดและให้ ตอบดังนี้
                  ก.กรณีที่ข้อสรุปทั้งสองเป็นจริง
                  ข. กรณีที่ข้อสรุปทั้งสองไม่เป็นจริง
                  ค. กรณีที่ข้อสรุปทั้งสองไม่แน่ชัด
                  ง. กรณีที่เป็นข้อสรุป 1)และข้อสรุปข้อ 2) ข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่งเป็นจริงไม่เป็นจริง  หรือไม่แน่ชัด  ซึ่งซ้ำกับอีกข้อสรุปหนึ่ง

เงื่อนไข
-โครงพยาบาลเปิดใหม่แห่งหนึ่งมีแพทย์รักษาอยู่ 3 แผนก คือ แผนก ก. แผนก ข. และแผนก ค.
-แพทย์แผนก ก. รักษาได้เฉพาะโรคตาอย่างเดียว  มีแพทย์ทั้งหมด 6 คน
- แพทย์แผนก ข.รักษาได้ทั้งโรคตาและโรคหัวใจ  มีแพทย์ทั้งหมด 4 คน
- แพทย์แผนก ค.รักษาได้ทั้งโรคตา โรคหัวใจ และโรคผิวหนัง มีแพทย์ทั้งหมด 5 คน
- แพทย์ทุกคนจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  รามคำแหง และเกษตร ทำงานอยู่แผนก ก.ข.และ ค.   ตามลำดับ
- สมชายและสมชาติเป็นแพทย์อยู่แผนก ก. สมศรีและสมศักดิ์ จบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม
- สมจิต และสมใจจบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ละเอียดและลออเป็นแพทย์อยู่แผนก ค.
- มีคนเข้ามารักษาในวันที่โรงพยาบาลเปิดบริการคือ คนที่เป็นโรคตาอย่างเดียวมี 84 คน คนที่เป็นโรคตาและโรคหัวใจ มี 76 คน คนที่เป็นโรคตา โรคหัวใจ และโรคผิวหนังมี 55 คน
- วันโรงพยาบาลเปิดให้บริการ แพทย์แผนก ข. และ ค. ไม่มาแผนกละ 2 คน แพทย์แผนก ก. จึงต้องมาประจำแผนก ข. 2 คน และ แผนก ค. 1 คน
- โรงพยาบาลให้คนไข้แต่ละคนพบแพทย์ได้คนเดียว  และโรคทุกชนิดแพทย์จะรักษาครั้งเดียวหาย

ข้อสรุป  31 (1) มหาวิทยาลัยรามคำแหงไม่เปิดสอนแพทย
                (2) คนไข้ที่มารักษาแต่ยังไม่ได้พบแพทย์มี 31 คน

                  32  (1) คนไข้ที่พบแพทย์แล้วยังไม่หายจากโรคมี 60 คน
                         (2) คนไข้ทั้งหมดที่มารักษา  มี 131 คนที่ยังไม่หายจากโรค

                  33. (1)คนไข้ที่ยังไม่ได้รักษาโรคตามี 30 คน
                        (2) มหาวิทยาลัยเกษตรไม่เปิดสอนแพทย์มีแต่ละคณะสัตวแพทย์

                  34.  (1) สมชาติจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม
                          (2)คนไข้ที่มารักษายังไม่ได้รักษาโรคหัวใจมี 71 คน

                  35.  (1) โรงพยาบาลเปิดใหม่มี 3 แผนก
                          (2) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผลิตแพทย์ได้มากกว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร

เงื่อนไข
                  -นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งมี 5 คน เป็นชาวรัสเซีย  เยอรมัน อังกฤษ และฝรั่งเศส แต่ละคน ใส่
                      เสื้อผ้าสีต่างๆกัน คือ แดง น้ำตาล ขาว ฟ้า และเทา แต่ละคนมีอายุต่างกัน คือ 44  35  38  33
                      และ 40 ปี
                  - กระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีน้ำหนักต่างๆกัน คือ 20  25  15  18 และ 22
                      กิโลกรัม  และสีต่างๆกันคือ ขา ดำ แดง น้ำตาล และน้ำเงิน
                  - ชาวอังกฤษใส่เสื้อผ้าสีฟ้า  และถือกระเป๋าที่มีน้ำหนักรองจากกระเป๋าสีดำ
                  - ชาวฝรั่งเศส  ใส่เสื้อสีไม่เหมือนสีของกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักน้อยที่สุด และถือกระเป๋า
                       เดินทางน้ำหนัก 22 กิโลกรัม
                  - นักท่องเที่ยวชาวอเมริกามีอายุน้อยกว่านักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศ ส 5 ปี
                  - กระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลหนักกว่ากระเป๋าเดินทางสีน้ำเงินและสีดำ 5 และ 3 กิโลกรัม ตาม                   ลำดับ
                  - นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันอายุน้อยที่สุด และมีอายุอ่อนกว่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอยู่ 5 ปี
                  - นักท่องเที่ยวที่ใส่เสื้อสีฟ้า  ไม่ถือกระเป๋าเดินทางสีดำ
                  - นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน  ถือกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักมากที่สุดและมีสีเดียวกับเสื้อที ่ใส่
ข้อสรุป 36.  (1)นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันใส่เสื้อสีน้ำตาล
                            (2) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถือกระเป๋าเดินทางหนัก 20 กิโลกรัม
                  37.  (1) กระเป๋าเดินทางสีขาว  เป็นของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย
                            (2)กระเป๋าเดินทางสรแดงมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัม
                  38.  (1) กระเป๋าเดินทางสีดำ หนัก 20 กิโลกรัม
                           (2) นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียใส่เสื้อสีแดง
                  39.  (1) อายุของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษรวมกับอายุของนักท่องเที่ยวชาวอเ มริกัน
                                   เท่ากับ 75 ปี
                           (2) กระเป๋าของนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสหนักกว่ากระเป๋าของชาวอเมริ กัน 2 กิโลกรัม
                  40.  (1) กระเป๋าเดินทางของชาวอังกฤษสีน้ำเงิน
                           (2) นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันถือกระเป๋าเดินทาง หนัก 18 กิโลกรัม
41. “ คนเจ้าระเบียบมีเหตุผลของตนเอง.....อยากจะมีความสุข........รับ เหตุของความไม่มีระเบียบของ   
        คนอื่น.........ไม่ใช่จะเคี่ยวเข็ญให้คนอื่นมีระเบียบเหมือนตนเ อง ......มาตรฐานความมีระเบียบ
       ของคนไม่เท่ากัน
       ข้อใดนำมาเติมลงในช่องว่างได้เหมาะสมที่สุด
                  ก. ถ้า  ควร  ด้วย  เพราะ                                             ข. ในเมื่อ  ต้อง  บ้าง  ซึ่ง
                  ค. เพื่อ  อาจ  ด้วย  เนื่องจาก                                       ง. เนื่องจาก  ควร  บ้าง  ทั้งนี้
42. ข้อใดนำมาเติมลงในช่องว่างได้เหมาะสมที่สุด
       .........เรานับถือพุทธศาสนา  ฉะนั้น............วันวิสาขบูชาเรา........ร่วมกันบำเพ็ญบุญกุศ ล
                  ก. เนื่องจาก  เมื่อถึง  จึง                                             ข. เหตุที่  ใน  จึง
                  ค. เพราะ  เมื่อ  จะ                                                         ง. เนื่องจาก  ถึง  จึง
43. ข้อความใดที่เหมาะจะเติมลงในช่องว่าง
       เมื่อลมโชยพัดมา.............................ก็แกว่งไกว
                  ก. ผมของวิภาดา                                                            ข. ผ้าม่านที่หน้าต่าง
                  ค. ธงที่หน้าโรงเรียน                                                 ง. กิ่งกุหลาบ
44. คำใดใช้เติมช่องว่างในประโยคต่อไปนี้
     “ ความจริงไม่ใช่ฟ้า  สิ่งที่ปรากฏเป็นสีครามนั้น  คือฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ..........
                  ก. นั่นเอง                                                                             ข. แน่นอน
                  ค. ต่างหาก                                                                         ง. เท่านั่น
45. คำใด ไม่อาจใช้เติมในช่องว่างในประโยคต่อไปนี้
     “ คนมีสติ.............ตกอยู่ในอันตราย  ก็สามารถคิดหาทางเอาตัวรอดได้
                  ก. แม้                                                                                   ข.แม้น
                  ค. ถึง                                                                                   ง. หาก
46. “ แม่ไม่เห็นด้วยที่ลูกทำตัวเหลวแหลก..........................พ ่อแม่อย่างนี้  แค่นี้พ่อแม่ก็.........
       ญาติพี่น้องจะแย่อยู่แล้ว  อย่าทำให้แม่....มากกว่านี้  จะทำอะไรก็..............พ่อแม่บ้าง
                  ก. ขายหน้า  เสียหน้า  ฉีกหน้า  รักหน้า
                  ข. ฉีกหน้า  เสียหน้า  รักหน้า  ขายหน้า
                  ค. ขายหน้า  เสียหน้า  รักหน้า  ฉีกหน้า
                  ง. ฉีกหน้า  ขายหน้า  เสียหน้า  รักหน้า

47. “ ถ้าไม่เย้าแหย่ใครแล้วเขา .........ก็แสดงว่าไม่สบอารมณ์  และถ้าเขา........ยังกับแสงไฟ
       ก็ให้ระวังตัวให้ดี  เขาอาจทำร้ายเราได้ง่ายๆที่เตือนเท่านี้ไม่ต้องมาทำ.......ทำเป ็นคนบ่อ
       น้ำตาตื้นไปได้  แล้วก็ไม่ต้องค้อนพี่จน...........ด้วยละนะ
                  ก. ตาคว่ำ  ตาเขียว  ตาแดงๆตาแดง
                  ข. ตาแดงๆตาแดง ตาคว่ำ ตาเชียว
                  ค. ตาเขียว  ตาแดง ตาแดงๆ ตาคว่ำ
                  ง. ตาเขียว ตาแดงๆ ตาแดง ตาคว่ำ
48. คำที่มีความหมายเหมือนกันในข้อใด  ใช้ได้ถูกต้องเหมาะสมที่สุด
                  ก.ดูซิปลาก็เน่าผักก็บูดจะเหลืออะไรกิน
                  ข. ฝนตก  ชุกโจรก็ชุมมันน่าไปเหรอแถวนั้น
                  ค. คนขับก็ดูบางรถก็ดูผอมลีบเล็กเหมาะกันดี
                  ง. งานช้างสุรินทร์ปีนี้ไม่น่าดูหรอก  เพราะช้างส้มไปตั้งหลายเชือกแถมครวญช้างก็
                        คว่ำไปอีกหลายคน
49. “เขาออกจะสนใจในลัทธิคอมมิวนิสต์มากเกินไป  จึงไม่สนใจที่จะศึกษาและทำความเข้าใจกับประชาธิปไตย  ทั้งดูๆก็ออกจะสนใจในอบายมุขมากขึ้นทุกทีด้วย
                  ก. งมงาย  ใฝ่ใจ  ฝักใฝ่          ข.หมกมุ่น  ใส่ใจ  งมงาย                   ค. ฝักใฝ่  ใส่ใจ  มัวเมา                ง. มัวเมา  ใฝ่ใจ  หมกมุ่น
50. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะนามว่า  องค์
                 ก. พระมาลา         ข. พระทนต์          ; ;    ค. พระภิกษุ       ง.พระศรี

แนวข้อสอบก.พ ถาค ข

เเนวข้อสอบ  ภาค  ข.  ก.พ.
นักวิเคราะห์นโยบายปฏิบัติการ       (ซี  3เดิม)
แนวข้อสอบชุดที่ 2 
1.     ข้อใดไม่ใช่ความคิดสร้างสรรค์ที่ ffice:smarttags" />Marshall Dimock กล่าวถึง                  (1)  สัญชาตญาณ
        (2)  การสังเคราะห์                         (3)  การใช้เหตุผล  (4)  จินตนาการ      (5)  การเปลี่ยนความสนใจ
        ตอบ  3
2.     ข้อใดถูกต้อง
(1)  การวิจัยดำเนินงาน : เป็นเทคนิคที่ใช้ในการประเมินผลของนโยบายทางสังคม
        (2)  การสร้างดัชนี :  การนำตัวแบบคณิตศาสตร์มาใช้ในการแก้ปัญหา
        (3)  ตารางวิเคราะห์ปัญหา : การหาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพปัญหา สาเหตุ และแนวทางแก้ไข
        (4)  การระดมสมอง : เป็นเทคนิคที่ใช้ในการประเมินผลของนโยบายทางสังคม
        (5)  การวิจัยดำเนินงาน : การวิเคราะห์ปัญหาโดยการประชุมร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
        ตอบ  5
3.     ข้อใดไม่ถูกต้อง
        (1)  การระดมสมอง : การวิเคราะห์ปัญหาโดยการประชุมร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
        (2)  การสร้างดัชนี : เป็นเทคนิคที่ใช้ในการประเมินผลของนโยบายทางสังคม
        (3)  การทดลองทางสังคม : การใช้นโยบายในกลุ่มเป้าหมายเล็กๆ ก่อนที่จะนำไปใช้ในกลุ่มเป้าหมายจริง
        (4)  การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล : วิธีที่พิจารณาสาเหตุของปัญหาว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง                                 และปัจจัยเหล่านั้นก่อให้เกิดผลอย่างไร
        (5)  การระดมสมอง : เป็นเทคนิคที่ใช้ในการประเมินผลของนโยบายทางสังคม
        ตอบ  5
4.     ข้อใดถูกต้อง
        (1)  การประเมินผลแบบทดลอง : วิธีที่สามารถทดสอบว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอิทธิพลของนโยบายอย่าง                                              แท้จริง
        (2)  การสร้างดัชนี : เป็นเทคนิคที่ใช้ในการประเมินผลของนโยบายทางสังคม
        (3)  การวิเคราะห์อนุกรมเวลาแบบขาดตอน : วิธีการที่เน้นเอาข้อคิดและความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมา                                                   เปรียบเทียบกันเพื่อหาข้อสรุป
        (4)  ถูกข้อ 1 และ 2                                                                        (5)  ถูกทุกข้อ
        ตอบ  4
5.     ข้อใดถูกต้อง  แอ๊คกรุ๊ป
        (1)  การทดลองทางสังคม : ต้องการทราบการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบาย
        (2)  การระดมสมอง : การวิเคราะห์ปัญหาโดยการประชุมร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
        (3)  การวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล การใช้นโยบายในกลุ่มเป้าหมายเล็กๆ ก่อนที่จะนำไปใช้ใน                                               กลุ่มเป้าหมายจริง
        (4)  ไม่มีข้อใดถูก                                                                          (5)  ถูกทุกข้อ
        ตอบ  2
6.     ข้อใดถูกต้อง
        (1)  การวิเคราะห์อนุกรมเวลาแบบขาดตอน : ในกรณีที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเพียงกลุ่มเดียวและต้องการทราบ                                 การเปลี่ยนแปลงภายหลังมีนโยบาย
        (2)  วิธีเดลฟีเชิงนโยบาย : วิธีการที่เน้นเอาข้อคิดและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาเปรียบเทียบกันเพื่อหา                                                   ข้อสรุป
       
        (3)  การตรวจสอบทางสังคม : วิธีการที่ต้องอาศัยเชิงคุณภาพเน้นการเข้าไปมีส่วนร่วมของผู้ประเมิน
        (4)  ถูกข้อ 1 และ 2                                                                        (5)  ถูกทุกข้อ
        ตอบ  5
7.     การเน้นให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นเพื่อให้นโยบายที่เกิดขึ้นสนองตอบต่อ  สังคมโดยส่วนรวมอย่างแท้จริง เป็นแนวโน้มเกี่ยวกับเรื่องใด                               (1)  มาตรฐาน
        (2)  เป้าหมายและคุณค่า                                (3)  การดำเนินนโยบาย                         (4)  วิธีการ             
        (5)  การสร้างตัวแบบหรือทฤษฎี
        ตอบ  2   เเอ็คกรุ๊ป
8.     ลักษณะใดไม่ใช่ลักษณะพิเศษของการนำไปปฏิบัติ  (1)  มีผู้เกี่ยวข้องสำคัญมากมาย
        (2)  มีปัจจัยหลายประการที่ควบคุมได้                                       (3)  ผู้เกี่ยวข้องล้วนมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย
        (4)  หน่วยงานหลายระดับร่วมกันดำเนินงาน                             (5)  ถูกทุกข้อ
        ตอบ  2
9.     จากการศึกษานโยบายการจ้างงานของชนกลุ่มน้อยของเพรสแมนและเวิลดัฟสกีนั้น พบว่าข้อใดไม่ใช่สาเหตุ  ของความล้มเหลว                             (1)  ผู้ริเริ่มและรับผิดชอบไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
        (2)  มีประเด็นการดตัสินใจมากเกินไป                       (3)  มีจำนวนหน่วยงานที่มีส่วนร่วมมากเกินไป
        (4)  ผู้ปฏิบัติงานขาดความสามารถ                               (5)  ลักษณะของโครงการไม่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
        ตอบ  4
10.   ปัจจัยใดไม่เกี่ยวข้องกับการส่งผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติของโครงการรัฐบาลกลางในการให้การ         สนับสนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาฉบับที่ 3
        (1)  การมีส่วนร่วมของประชาชนในการสนับสนุนรัฐบาลกลาง
        (2)  การสนับสนุนจากผู้บริหารทุกระดับในการนำนโยบายไปปฏิบัติ   
        (3)  ขอบเขตของโครงการที่ชัดเจน
        (4)  วิธีการบริหารที่ยืดหยุ่นเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่คาดหวัง
        (5)  ความช่วยเหลือทางเทคนิค  วันนรัตน์
        ตอบ  3

ตั้งแต่ข้อ 11.-15. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม; D, D8 m# Y" _- V! V% l0 X* {
(1)  Policy Analysis                        (2)  Policy Process                        (3)  Policy Impact
(4)  Policy Implementation                (5)  Policy Evaluation$ E6 o' P- P* H
11.        เพรสแมน และวิลดัฟสกี สนใจศึกษานโยบายเรื่องใด6 A0 Q7 b$ c, \4 s* ?  i
        ตอบ  4
12.        ตัวแบบผู้นำ เกี่ยวข้องกับการศึกษานโยบายเรื่องใด  Y- q% a& v; d  `
        ตอบ  1
13.        ข้อใดเป็นตัวเชื่อมระหว่างนโยบายและผลของนโยบายในทฤษฎีระบบ
        ตอบ  4$ O' b! h0 d% _5 [5 v9 g+ [. v
14.        การใช้วิธีการหลายๆ วิธีเพื่อตรวจสอบนโยบายนั้นควรใช้หรือไม่ เกี่ยวข้องกับเรื่องใด' V$ h, `* g" d- p' e+ k
        ตอบ  5, c3 n6 z9 M. P% n6 X! C/ u, w
15.        Cook และ Scioli เสนอตัวแบบประมาณในการประเมินอะไร
        ตอบ  3
ตั้งแต่ข้อ 16. - 20. จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม
(1)  Thomas R. Dye                         (2)  David Easton                (3)  Theodore Lowi! w4 s/ u* C* x  ?' U5 S
(4)  Harold Lasswell                        (5)  Ira Sharkansky
8 g/ A% l' R+ X% F- C16.        ใครได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของนโยบายศาสตร์( D% p/ G% g3 E: W! z0 j  }
        ตอบ  4" T; f  u  J" X6 ]5 _
17.        ใครเสนอว่า นโยบายของรัฐ หมายถึง การจัดสรรและแจกแจงคุณค่าต่างๆ ของสังคมโดยชอบด้วยกฎหมาย
        ตอบ  25 n! i0 |% X2 s) |0 [+ P4 c
18.        ใครเสนอว่า นโยบายของรัฐ หมายถึง สิ่งที่รัฐบาลเลือกจะทำหรือไม่ทำ; E6 Z: a( b" x8 x3 S3 Q6 ~& Q/ _
        ตอบ  10 s9 {1 P5 }: X$ F
19.        ใครเสนอว่า นโยบายของรัฐ หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่รัฐบาลกระทำเช่น การบริการสาธารณธะ
        ตอบ  58 v* j8 N, y5 A9 C9 z8 \  ?  N
20.        เสนอให้จำแนกนโยบายตามเนื้อหาสาระของนโยบาย
        ตอบ  37 d$ \1 H: F  _* i) C! w" A6 Y

ตั้งแต่ข้อ 21.-25.  จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม
(1)  Dale E. Richards                        (2)  John Wesley Henry                (3)  Stuart S. Nagel- }/ S5 ^. G$ U& c
(3)  E.S Quade                                (5)  James E. Anderson1 v1 B  k5 ?: |0 c/ Z$ O. `
21.        ใครจำแนกกระบวนการนโยบายออกเป็น 5 ขั้นตอน( T. A* J" F" J# n
        ตอบ  5! \# j3 f4 c! J( i9 }  P- \
22.        ใครกล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์ คือ ให้ผู้กำหนดนโยบายได้รู้ปัญหาสาธารณะโดยแจ้งชัด6 k4 S3 X. ^* q) |/ \5 [
        ตอบ  4
23.        ใครศึกษาการพัฒนามาจากวิทยาลัยครูจนกระทั่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์
        ตอบ  1
24.        ใครกล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์นโยบายคือ การศึกษาปัยหาต่างๆ ของระบบสังคมและพยายาม        แสวงหาลู่ทางในการแก้ไขโดยใช้ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ% t% [! j2 l- {# P# P$ E
        ตอบ  35 _. k& H. R* j$ Y& b9 x2 s+ n
25.        ใครพบว่า จำนวนของครูที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการปรับปรุงโรงเรียนมีความสัมพันธ์กับขนาดของ        การนำนโยบายไปปฏิบัติ8 l3 f- b( b8 h0 `) V! e2 d( f, H
        ตอบ  24 H5 ^: N3 B  {2 T9 _
ตั้งแต่ข้อ  26.-30.   จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม; |% {6 y( q, C( R1 X6 ]
(1)  การก่อตัวของนโยบาย        (2)  การเตรียมและเสนอนโยบาย                (3)  การอนุมัติและประกาศนโยบาย(4)  การนำนโยบายไปปฏิบัติ        (5)  การประเมินผลนโยบาย
26.        การจัดทำร่างนโยบาย อยู่ในขั้นตอนใดของนโยบาย& h& v+ b) X" q: N, g- R
        ตอบ  2) I! ?5 O  S+ F2 J1 l
27.        การพพิจารณาร่างนโยบาย อยู่ในขั้นตอนใดของนโยบาย+ n/ Q9 v( J& R6 ~9 R
        ตอบ  3' r) Q, v) B& B6 o
28.        การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา อยู่ในขั้นตอนใดของนโยบาย5 m; c8 J1 i1 u% v
        ตอบ  1: ]" \" c. ~- u9 ]9 a# F5 r; K
29.        การตีความนโยบายหรือแปลงนโยบายออกเป็นผลงาน อยู่ในขั้นตอนใดของนโยบาย, o$ L1 j/ f; S
        ตอบ  4
30.        การกำหนดเกณฑ์วัดและวิธีในการตรวจสอบ อยู่ในขั้นตอนใดของนโยบาย
        ตอบ  5
ตั้งแต่ข้อ 31.-33.  จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม- E. e# u. ~( U# A
(1)  ปัญหาที่มีโครงสร้างแน่นอน                                (2)  ปัญหาที่มีโครงสร้างปานกลาง
(3)  ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่ชัดเจน                        (4)  ปัญหาที่ไม่มีตัวตนท้จริง
(5)  ปัญหาที่เชื่อถือไม่ได้
31.        ปัญหาการจัดซื้อเครื่องบินรุ่นใหม่ เป็นปัญหาประเภทใด# j6 D3 M9 T" N+ M& j0 O6 x1 I
        ตอบ  1% J* n! b  \5 O6 d
32.        ปัญหาในการพัฒนาชนบท เป็นปัญหาประเภทใด, ^3 z8 `5 {5 T% i6 x! a
        ตอบ  3* F/ U- t5 y, D( L
33.        เมื่อผู้กำหนดนโยบายเปลี่ยนทำให้การมองปัญหาเปลี่ยน เกี่ยวข้องกับเรื่องใด2 B4 I7 U  \/ _& D. m4 s
        ตอบ  41 s0 d4 w0 W1 X
34.        ข้อใดไม่ถูกต้อง
        (1)  Harold Lasswell อยู่ในกลุ่มที่เน้นการสร้างภาพรวม$ L+ r8 N3 m7 ?- `( }
        (2)  Woodrow Wilson คิดว่าการเมืองกับการบริหารควรแยกออกจากกัน
        (3)  Emanuel Wald ศึกษาว่านโยบายศาสตร์เป็นแนวโน้มหนึ่งของการศึกษาบริหารรัฐกิจ  u5 @. X+ O7 {7 B. G
        (4)  Yehezkel Dror เน้นเรื่องผลของนโยบายและการประเมินผลของนโยบาย
        (5)  David Easton กล่าวว่านโยบายสาธารณะ หมายถึงแผนหรือโครงการที่กำหนดขึ้น
 `        ตอบ  5
35.        ข้อใดคือองค์ประกอบของนโยบายตามแผนที่ อมร รักษาสัตย์ กล่าวไว้
        (1)  การกำหนดเป้าหมายของสิ่งที่ต้องทำ                (2)  การกำหนดแนวทางใหม่
        (3)  หน้าที่ และความรับผิดชอบ                        (4)  ถูกข้อ 1 และ 2$ {' G7 N" G+ B, P5 f. Z& u' ~/ |
        (5)  ถูกข้อ 1 และ 35 F5 }8 E8 I! Z# w% w& ^
        ตอบ  4
[ตั้งแต่ข้อ 36.-40.  จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม* P/ O( x3 k" u( j9 G, d
(1)  ประสิทธิผล                                                (2)  ประสิทธิภาพ        5 A" }- x% D+ o( }" y: ]8 {
(3)  ความเหมาะสม                                        (4)  ความพอเพียง( V0 W0 o$ A5 l% O+ O
(5)  ความสามารถในการตอบสนอง- y8 J" q, }8 w
36.        การนำเกเกณฑ์อื่นๆ มาพิจารณาพร้อมๆ กัน เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ประเภทใด
        ตอบ  3
37.        ความสามารถในการบรรลุวัตถุปรสงค์หรือเป้าหมายของนโยบายถือว่าเป็นเกณฑ์ประเภทใด/ L2 A1 }# }2 N1 U! `& T. P
        ตอบ  1
38.        ความสามารถในการผลิตที่ให้ผลผลิตครบถ้วนตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้เป็นเกณฑ์ใด
        ตอบ  1

39.        ความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบาย โดยใช้ต้นทุนต่ำสุด ถือว่าเป็นเณฑ์ประเภท        ใด
        ตอบ  2
40.        ความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของนโยบาย ภายใต้เงื่อนไขทรัพยากรที่มีอยู่ ถือว่าเป็น        เกณฑ์ประเภทใด
        ตอบ  4
ตั้งแต่ข้อ 41-45.        จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม# e: K1 A; {7 I, l
(1)  การวางแผนที่เน้นเนื้อหา        (2)  การวางแผนที่เน้นการตัดสินใจ        (3)  การวางแผนที่เน้นกระบวนการ
(4)  การวางแผนที่เน้นระบบ        (5)  การวางแผนที่เน้นการควบคุม/ B3 P1 m- b3 [( J/ {
41.        ทฤษฎีเชิงอิสระ (Substantive Theory)  เกี่ยวข้องกับข้อใด
        ตอบ  1: y9 q4 |  f6 E" I: t3 \! p
42.        แนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมืองนำไปใช้ในเรื่องใด
        ตอบ  5
43.        แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการเมืองนำไปใช้ในเรื่องใด
        ตอบ  2. y1 |$ P( w4 p, ?0 ?* `
44.        แนวคิดปฏิบัตินิยมเกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด% |, t  k4 p# }0 a, \. Z/ H! J
        ตอบ  53 O* I1 g" @9 M7 @: d4 D% z5 V+ d) r
45.        ทฤษฎีเชิงกรรมวิธี (Procedural Thoery) เกี่ยวข้องกับข้อใด8 q* m( D, f( s, ]# u/ |( H
        ตอบ  2
46.        ข้อใดไม่ใช่หลักการในการจัดกลุ่มอย่างมีเหตุผลของนโยบาย  o8 R, M1 x7 J5 V" _, k/ n
        (1)  ความสอดคล้องกับเนื้อหา        (2)  ความคลอบคลุมในทุกกลุ่ม                (3)  ความต่อเนื่อง7 s1 Z6 c( r1 K; e
        (4)  ความแยกกันเด็ดขาด                (5)  ความเหมาะสม
        ตอบ  5
47.        ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของการนำนโยบายไปปฏิบัติ        (1)  การส่งต่อนโยบาย
       (2)  การจัดระบบสนับสนุน                                (3)  การชี้แจงเกี่ยวกับนโยบาย
        (4)  การประกาศนโยบาย                                (5)  การตีความหรือแปลงนโยบาย) k2 _) ^4 _, U1 }* W0 V# _& ^
        ตอบ  4
48.        ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของการประเมินนโยบาย                (1)  การกำหนดวัตถุประสงค์ในการประเมิน
        (2)  การกำหนดเกณฑ์วัด                                (3)  การติดตามและควบคุมผลการปฏิบัติงาน& l4 ^4 V, E6 l
        (4)  การกำหนดวิธีรายงาน                                (5)  การตรวจสอบสิ่งที่ต้องประเมิน+ K& d1 A9 j# l  Y( x
        ตอบ  3& K+ a" J; t2 G! Q6 U
49.        ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของการเตรียมและเสนอนโยบาย        (1)  การกำหนดวัตถุประสงค์) l( A. E/ k; o- g
        (2)  การหนดทางเลือก                                (3)  การพิจารณาปัญหานโยบาย$ B/ j4 Z" P6 |  l$ N  f% s
        (4)  การหาข้อมูลประกอบ                                (5)  การจัดทำร่างนโยบาย: h3 V% ~% m* i7 ~
        ตอบ  3
50.        ข้อใดไม่ถูกต้อง                                (1)  ทฤษฎีเชิงกรรมวิธีมุ่งอธิบายการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน
        (2)  การตัดสินใจแบบสมเหตุสมผลด้านปทัสถานได้พัฒนาเป็นทฤษฎีการวางแผนทางสังคม
        (3)  การตัดสินใจส่วนที่เพิ่มเติมได้พัฒนาไปเป็นทฤษฎีการวางแผนที่เน้นการนำนโยบายไปปฏิบัติ
        (4)  ถูกทุกข้อ                                (5)  ผิดทุกข้อ
        ตอบ  3
ตั้งแต่ข้อ 51.- 60.  จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม
(1)  ข้อ 1 และ 2 ถูก                        (2)  ข้อ 1 ถูก ข้อ 2 ผิด                9 i: {9 O1 q) q: Z3 J6 E6 o
(3)  ข้อ 1 ผิด ข้อ 2 ถูก                        (4)  ข้อ 1 และ 2 ผิด